หายสงสัย มนุษย์เงินเดือน ขอไม่ส่งสมทบประกันสังคม ได้ไหม

ประเด็นเรื่อง งบประมาณและการบริหารเงินกองทุนประกันสังคม กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์

ส่งผลให้ผู้ประกันตนจำนวนไม่น้อยเกิดความกังวลใจว่า ในอนาคตเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนทุกเดือนจะมีความเสี่ยงล่มหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า มนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกไม่ส่งเงินสมทบประกันสังคมได้หรือไม่

อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ ในเมื่อ ประกันสังคมยังสามารถทำกำไรได้ เหตุใดจึงมีการปรับเพิ่มเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิมสูงสุด 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน

ด้าน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า อัตราเงินสมทบสูงสุด 875 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถดูแลผู้ประกันตนได้อย่างเหมาะสมและครอบคลุมมากขึ้น สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์หลายรายการได้รับการปรับเพิ่ม เช่น ค่าทดแทนกรณีเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ จากเดิมสูงสุดเดือนละ 7,500 บาท ปรับเป็น 8,750 บาท เงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตร จากครั้งละ 22,500 บาท เพิ่มเป็น 26,250 บาท และเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต จาก 90,000 บาท ปรับเป็น 105,000 บาท รวมถึงสิทธิกรณีว่างงานและเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับผู้ประกันตนบางรายที่ไม่เคยใช้สิทธิรักษาพยาบาล หรือไม่มีภาระครอบครัว อาจรู้สึกว่าเงินสมทบที่จ่ายไปไม่คุ้มค่า สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า แม้ผู้ประกันตนจะไม่ได้เข้ารับการรักษา แต่กองทุนได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเหมาจ่ายให้แก่โรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุจำเป็นหรือฉุกเฉิน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

มนุษย์เงินเดือนสามารถยกเลิกการส่งเงินประกันสังคมได้หรือไม่

คำตอบคือ ไม่ได้ สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หากยังมีสถานะเป็นลูกจ้าง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอย่างถูกต้อง การไม่ส่งเงินสมทบถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เป็นระบบภาคบังคับที่มีการหักเงินเดือนทุกเดือน ไม่สามารถปฏิเสธได้

นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มทำงาน และไม่สามารถตกลงกันเองเพื่อเลื่อนหรือเว้นการส่งเงินสมทบได้ เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มีกฎหมายรองรับ

หากต้องการหยุดส่งเงินสมทบ จะต้องสิ้นสุดสถานะการเป็นลูกจ้าง เช่น ลาออกหรือถูกเลิกจ้างเท่านั้น และหากไม่มีการส่งเงินสมทบต่อ ผู้ประกันตนจะสูญเสียสิทธิในการรักษาพยาบาล เงินชราภาพ และเงินทดแทนในกรณีต่าง ๆ

ดังนั้น หากไม่มีการส่งเงินสมทบตามที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคม ขณะเดียวกันนายจ้างก็อาจถูกปรับหรือดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

Scroll to Top